การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาถือเป็นวาระแห่งชาติ เพราะได้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว พ.ศ.๒๕๕๗

ที่กำหนดให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ทำการศึกษาวิเคราะห์ และจัดทำแนวทางและข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูปด้านต่างๆ

เสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คณะรัฐมนตรี (ครม.) คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ในการนี้มหาเถรสมาคม องค์กรปกครองสูงสุดของคณะสงฆ์ไทย ได้มีคำสั่ง ที่ ๒/๒๕๕๙ แต่งตั้งคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ ของมหาเถรสมาคม

ลงวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๕๙ จากนั้นคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ ได้มีการประชุมจัดทำแผนยุทธศาสตร์ตามภารกิจกรอบงานคณะสงฆ์ ๖ ด้าน

ประกอบด้วย ๑) ด้านการปกครอง ๒) ด้านการศาสนศึกษา ๓) ด้านการศึกษาสงเคราะห์ ๔) ด้านการเผยแผ่ ๕) ด้านการสาธารณูปการ ๖) ด้านการสาธารณสงเคราะห์

และบวกด้านการพัฒนาพุทธมณฑลให้เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลก และเมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๐

ได้เสนอแผนแม่บทการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ระยะ ๕ ปี พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔ ต่อที่ประชุมมหาเถรสมาคมในคราวประชุม ครั้งที่ ๒/๒๕๖๐ เมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๐

ที่ประชุมพิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบแผนแม่บทการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา และให้ดำเนินการได้ทันที ต่อมาเมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๐

ได้มีการประชุมคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ ของมหาเถรสมาคมและผู้เกี่ยวข้อง ที่ประชุมรับทราบแผนแม่บทการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา

และเสนอให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานแผนยุทธศาสตร์ในการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาสู่การปฏิบัติ

ต่อมามหาเถรสมาคมจึงมีมติในคราวประชุมครั้งที่ ๑๒/๒๕๖๐ เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๐ เห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานแผนยุทธศาสตร์

ในการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา (คปพ.) และให้เจ้าคณะภาคแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานแผนยุทธศาสตร์ในการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาระดับภาค

เพื่อให้การขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาดำเนินการไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ และบรรลุผลตามนโยบายของคณะสงฆ์

คณะกรรมการประสานงานแผนยุทธศาสตร์ในการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาประกอบด้วย?

? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ??