?

๑.สวดมนต์พิสดาร

??????? ๑. เมื่ออุบาสกอาราธนาศีลแล้ว พระเถระในสงฆ์พึงให้ศีลไปจบจบ ฯ ข้าพเจ้าเคยไปถูกอุบาสกใช้ศัพท์แผลง

ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ผู้อาราธนาศีลใช้ คำว่า มะยัง ภันเต ติสะระเณ นะสะหะ นิจจะสีลานิ ยาจามะ ดังนี้

เดชะบุญที่ข้าพเจ้าเคยได้ศึกษานิจศีลมาแล้ว เมื่อได้ฟังคำอาราธนาเช่นนั้นจึงไม่งงก็เข้าใจคำว่า นิจศีล ได้ดี

ฉะนั้นข้าพเจ้าก็ไห้นิจศีล คือ ศีล ๕ นั่นเอง และ ลงท้ายก็ต้องว่า ?อิมานิ นิจจะสีลานิ? แทน ?ปัญจะ สิกขาปะทานิ? ฯ

????????? ๒. เมื่อให้ศีลแล้ว อุบาสกอาราธนาพระปริตร รูปที่ ๓ ชุมนุมเทวดา บางหมู่บ้านอุบาสกนั่นเอง ชุมนุมเทวดา พระเถระในสงฆ์ก็ขึ้น

ปุพพะภาคะนะมะการัง(นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต ฯลฯ)

????????? ๓. สะระณะคะมะนะปาฐะ คือ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ฯลฯ ตติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิฯ

????????? ๔. สัมพุทเธ ?หรือ โยจักขุมา อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ ถ้าสวด สัมพุทเธ แล้วไม่ต้องสวด โย จักขุมา ฯ

????????? ๕. ถ้าตั้งขันน้ำมนต์ สวด นะโม ๘ บท นะโม อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ มะเหสิโน

ถ้าไม่ตั้งขันน้ำมนต์ไม่ต้องสวดก็ได้ ฯ

????????? ๖. ถ้าจะขาดก็ขาดบท เย สันตา ฯลฯ มังคะลันตัมภะณามะ เหฯ ขึ้น เอวัมเม ไปหรือจะขึ้น พะหู เทวา มะนุสสา จะ หรือจะขึ้น อะเสวะนา จะ พาลานัง ก็ได้ฯ

????????? ๗. ถ้าจะขัดบทขัดรัตนสูตรก็ได้ ปะณิธานะโต ปัฏฐายะ ฯลฯ ปะริตตันตัม ภะณามะ เหฯ ถ้าไม่ขัดจะขึ้น ยานีธะ ภูตานิ สะมาคะตานิ ฯลฯ หรือจะไปขึ้นเอา ยังกิญจิ วิตตัง อิธะ วา หุรัง วา เลยก็ได้ เมื่อสวดไปแล้วพอถึงบท เย สุปปะยุตตา มะนะสา ทัฬเหนะ แล้วข้ามมาสวด ขีณัง ปุราณัง นะวัง นัตถิ สัมภะวัง ฯลฯ สังฆัง นะมัสสามะ สุวัตถิ โหตุ ฯ

๘. บทขัด ยัสสานุภาวะโต ยักขา ฯลฯ ปะริตตันตัมภะณามะ เห ฯ ถ้าไม่สวดก็ขึ้น

กะระณียะมัตถะกุสะเลนะ ฯลฯ นะ หิ ชาตุ คัพภะเสยยัง ปุนเรตีติ ฯ หรือจะย่อมากขึ้น

เมตตัญจะ สัพพะโลกัสมิง ?เป็นต้นมาก็ได้ ฯ ที่ใช้ขัดทุกๆบทนั้น สำหรับสวดนพเคราะห์สลับกับโหร ฯ

????????? ๙. บทขัดขันธะปริตรขึ้น สัพพาสีวิสะชาตีนัง ฯลฯ ปะริตตันตัมภะณามะ เห ฯ

ถ้าไม่ขัดก็ขึ้น วิรูปักเขหิ เม เมตตัง ฯลฯ สัมมาสัมพุทธานัง หรือจะมาขึ้นเอา อัปปะมาโณ พูทโธ ฯลฯ ก็ได้แล้ว ต่อ อะเปตะยัญจักขุมา เอกะราชา ฯลฯ

????????? ๑๐. ขัด ธะชัคคะสูตร แล้วจะขึ้นตั้งต้นก็ได้ หรือจะไปขึ้นเอา อิทะมะโวจะ ภะคะวา อิทัง วัตตะวา สุคะโต อะถาปะรัง เอตะทะโวจะ สัตถา หรือจะขึ้นเอา อะรัญเญ รุกขะมูเล วา ฯลฯ โลมะหังโส นะ เหสสะตีติ ฯ บางแห่งก็สวด วัฏฏะกปริตร แทน คือ ขึ้น อัตถิ โลเก สีละคุโณ สัจจัง โสเจยยะนุททะยา ฯลฯ เอสา เม สัจจะปาระมีติฯ

????????? ๑๑. ขึ้นพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ คือ อิติปิ โส ภะคะวา ฯลฯ อะนุต ตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ ฯ

????????? ๑๒. ขึ้น อาฏานาฏิยะปริตร คือ วิปัสสิสสะ นะมัตถุ ฯลฯ พุทธัง วันทามะ โคตะมันติฯ

????????? ๑๓. ขึ้น สัพพะโรคะวินิมุตโต ฯลฯ อายุ วัณโณ สุขัง พะลัง ฯ

????????? ๑๔. ขึ้น อังคุลิมาละปะริตตัง คือ ยะโตหัง ภะคินิ อะริยายะ ฯลฯ บางคราวขึ้น โพชฌังโค สะติสังขาโต ฯลฯ โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา ฯ (ให้ดูคำบรรยายต่อท้าย)

????????? ๑๕. ขึ้น ยันทุนนิมิตตัง ฯลฯ สังฆานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ ฯ

????????? ๑๖. ขึ้น มะหาการุณิโก นาโถ ฯลฯ โรคา วูปะสะเมนตุ เต ฯ นัตถิ เม สะระณัง

อัญญัง ฯลฯ ตัสมา โสตถี ภะวันตุ เต ฯ

????????? ๑๗. มงคลจักรวาฬใหญ่ คือ สิริธิติมะติเตโช ฯลฯ อารักขะกา เทวะตา สะทา ตุมเห อะนุรักขันตุ ฯ

????????? ๑๘. ขึ้น เทวะตาอุยโยชะนะคาถา คือ ทุกขัปปัตตา จะ นิททุกขา ฯลฯ รักขัง

พันธามิ สัพ-พะโส ฯ

????????? ๑๙. ขึ้น ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง ฯลฯ สะทาโสตถี ภะวันตุ เต ฯ

????????? ๒๐. ขึ่น นักขัตตะยักขะภูตานัง ฯลฯ หันตะวา เตสัง อุปัททะเว ฯ

?

๒. สวดย่อ

?คือสวดตัดเป็นบางบท ดังนี้

????????? ๑. ให้ศีลจบแล้ว ชุมนุมเทวดา

????????? ๒. นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต ฯ ๓ จบ

????????? ๓. สรณคมนปาฐะ คือ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ฯลฯ

๔. โย จักขุมา ฯลฯ สัพพันตะรายา จะ วินาสะเมนตุ ฯ

????????? ๕. นะโม ๘ บท (ตั้งขันน้ำมนต์ต้องสวด ถ้าไม่ต้องไม่ต้องสวด)

????????? ๖. ขึ้น มงคลสูตรแต่บท อะเสวะนา จะ พาลานัง ฯลฯ ตันเตสัง มังคะละ มุตตะมันติฯ

????????? ๗. ขึ้นรัตนสูตร บท ยานี ๓ ชั้น ตอนปลาย คือ ยานีธะ ภูตานิ สะมาคะตานิ ภุมมานิ วา ยานิ วะ อันตะลิกเข ตะถาคะตัง เทวะมะนุสสะปูชิตัง พุทธัง ฯลฯ สังฆัง สะมัสสามะ สุวัตถิ โหตุ ฯ

????????? ๘. ขึ้น กะระณียะเมตตะสูตร กะระณียะมัตถะกุสะเลนะ ฯลฯ หรือขึ้น เมตตัญจะ สัพพะโลกัสมิง ฯลฯ นะ หิ ชาตุ คัพภะเสยยัง ปุนเรตีติฯ

????????? ๙. ขึ่น ขันธะปริตรตังแต่ อัปปะมาโณ พุทโธ ฯลฯ สัมมา สัมพุทธานัง ฯ

????????? ๑๐. ขึ้น โมระปริตร ตั้งแต่ อะเปตะยัญจักขุมา เอกะราชา ฯลฯ โมโร วาสะมะกัปปะยีติ ฯ

????????? ๑๑. ขึ้น วัฏฏะกะปริตร อัตถิโลเก ฯลฯ เอสา เม สัจจะปาระมีติ ฯ

????????? ๑๒. พุทธคุณ อิติปิโส ภะคะวา ฯลฯ โลกัสสาติ ฯ

????????? ๑๓. ขึ้น ท้ายอาฏานาฏิยะปริตร คือ สัพพะโรคะวินิมุตตโต ฯลฯ อายุ วัณโณ สุขัง?พะลังฯ

????????? ๑๔. ขึ้น อังคุลิมาละปริตร โพชฌังโค สะติสังขาโต ฯลฯ โสตถิ เต โหตุ สัพพะทาฯ

????????? ๑๕. ยันทุนนิมิตตัง ฯลฯ สังฆานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ ฯ

????????? ๑๖. มะหาการุณิโก นาโถ ฯลฯ โรคา วูปะสะเมนตุ เต ฯ

????????? ๑๗. นัตถิ เม สระณัง อัญญัง ฯลฯ ตัสมา โสตถี ภะวันตุ เต ?

????????? ๑๘. สิริธิติมะติเตโช ฯลฯ สะทา ตุมเห อะนุรักขันตุ ฯ

????????? ๑๙. ทุกขัปปัตตา จะ นิททุกขา ฯลฯ รักขัง พันธามิ สัพพะโส ฯ

????????? ๒๐. ภะวะตะ สัพพะมังคะลัง ฯลฯ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต ฯ

????????? ๒๑. นักขัตตะยักขะภูตานัง ฯลฯ หันตะวา เตสัง อุปัททะเว ฯ

?

๓. โกนจุก

?????????? โกนจุกถือเป็นงานมงคลอย่างหนึ่ง และเป็นงานพิเศษด้วย ฉะนั้นการสวดมนต์ก็สวดมงคลนั่นเอง

แต่เวลาโกนจุกนั้นใช้สวด ชะยันโต ๓ จบ แล้วต่อ โส อัตถะลัทโธ ถ้าเป็นเด็กผู้หญิงก็ให้เปลี่ยนเป็น สา อัตถะลัทธา

ถ้าตั้งแต่ ๒ คน ขึ้นไป เปลี่ยนเป็น เต อัตถะลัทธา?ดังนี้ฯ

?

๔. แต่งงาน

?????????? การแต่งงาน จัดเป็นงานมงคลอันหนึ่งในงานมงคลทั้งหลาย เรียกว่ามงคลสมรส เจ้าของงานมักจะเจริญพระพุทธมนต์ ที่เรียกว่าสวดมนสัตว์น้ำ การสวดพระพุทธมนต์ ก็ใช้มงคลธรรมดา แต่บางหมู่บ้านก็นิยมสวดมหาสมัยแทรกหน้ามงคลสูตร บางแห่งขึ้นตั้งแต่ เอวัมเม สุตัง ไป บางทีก็ขึ้น อาโป จะ เทวา ปะฐะวี จะ เตโช วาโย ตะทาคะมุง ฯลฯ ไป บางทีก็มาขึ้นเอาตอนท้าย คือ สัฏเฐเต เทวะนิกายา สัพเพ นานัตตะวัณณิโน ฯลฯ

?

๕. ทำบุญขึ้นบ้านใหม่หรือเปิดป้ายร้าน

??????? การสวดมนต์ในการมงคลเช่นนี้ ถ้าสวดมนต์เวลาเย็น รุ่งขึ้นวันใหม่จึงฉันเช่นนี้ การสวดมนต์ก็ควรสวดพิสดารบ้างบางบท ถ้าสวดเช้าฉันเช้าหรือสวดสายฉันเพล ก็ควรจะสวดอย่างย่อ

เพราะเหมาะแก่เวลาดี ถ้าเป็นงานขึ้นบ้านใหม่ ก็ควรสวดบทมหาสมัยด้วย ถ้าเป็นการสวดเปิดป้ายเปิดร้านก็สวด ชะยันโต ๓ จบแล้ว ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง ฯ

?

๖. ทำบุญวันเกิดหรือทำบุญอายุ

การทำบุญครบรอบวันเกิดในปีหนึ่งๆ หรือครบรอบ ๔ รอบบ้าง ๕ รอบบ้าง ๖ รอบหรือครบรอบ ๘๐ ปีบ้างนั้น นับว่าเป็นมหามงคลก็ได้ เพราะเป็นพิธีพิเศษสำหรับคนๆ หนึ่งจะพึงกระทำ เป็นส่วนตัวโดยแท้ เพราะฉะนั้นการสวดมนต์ จึงต้องมีสวดธรรมจักรกัปปวัตนสูตร

แทรกเข้าในระหว่างหน้ามงคลสูตร คือเมื่อขัดเจ็ดตำนาน เย สันตา ฯลฯ สะหะ สัพเพหิ

ญาติภิ แล้วเลยขัดต่อ อะนุตตะรัง อะภิสัมโพธิง ติดต่อไปแล้วขึ้น ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร

เมื่อจบสูตรนี้ ก็สวดมงคลอื่นๆตามธรรมดาต่อไป ฯ

?

๗. งานศพ

??????? ทำบุญศพ ๗ วัน ๕๐ วัน ๑๐๐ วัน และทำบุญตรงกับวันมรณะไม่ต้องตั้งน้ำมนต์และไม่ต้องมีสายสิญจน์ ขึ้น นะโม ตัสสะ ฯ พุทธัง ฯลฯ แล้วสวด ปัพพโตปมคาถา ยะถาปิ เสลา

อริยธนคาถา เย สันตา ถึง สะหะ สัพเพหิ ญาติภิ นั้นจะเป็นอาทิตตปริยายสูตร อนัตตลักขณสูตร ธัมมนิยามสูตร ?หรือปาฐะนั้นๆ ?ถ้าสวดธัมมนิยาม ก็ให้สวดติกลักขณาทิคาถา ต่อท้ายสูตร

นั้นด้วย โดยมากที่นิยมใช้กันอยู่ ถ้า ๗ วัน สวดอนัตตลักขณสูตร ถ้า ๕๐ วันสวดอาทิตตปริยาย

สูตร ๑๐๐ วันสวดสติปัฏฐานปาฐะ ?หรือธัมมนิยามสูตร แล้วแต่ท่านผู้เป็นประธานจะเห็นสมควร

แล้วสวด อวิชชาปัจจะยา สังขารา ฯลฯ ยะทา หะเว ปาตุภะวันติ ธัมมา ฯลฯ อะตีตัง

นานวาคะเมยยะ ฯลฯ, ทุกขัปปัตตา จะ นิททุกขา ฯลฯ คัจฉันตุ เทวะตาคะตา ฯ ภะวะตุ

สัพพะมังคะลัง ฯลฯ สะทโสตถี ภะวันตุ เต ฯ (นักขัตตะยักขะ ไม่ต้องสวด) จบ ฯ

?

๘. ทำบุญ ๗ วัน หลังจากเผาศพแล้ว

???????? เมื่อเผาหรือฝังแล้ว หลังจากนั้นภายใน ๗ วัน เขาทำบุญสวดมนต์เลี้ยงพระเรียกว่าทำบุญปลดทุกข์

ท่านจัดเป็นงานมงคลเหมือนกัน ตั้งหม้อน้ำมนต์ สวดมนต์ก็ควรสวดมงคลเช่นเดียวกับมงคลทั้งหลายนั้นเองฯ

?

๙. ทำบุญต่ออายุ

???????? การสวดมนต์อีกอย่างหนึ่งมักนิยมสวดให้คนป่วยฟัง ที่เห็นว่าอาการป่วยของผู้นั้นค่อนข้างหนัก ก็ไปนิมนต์พระมาให้สวดต่ออายุ

บางแห่งเรียกว่าต่อนาม การสวดมักถือรางพระที่ไปสวด เช่นการสวดไปล่มลงกลางคันมักจะถือว่าเป็นลางไม่ดี ถ้าสวดนั้นเป็นไปด้วยดี

ไม่ตะกุกตะกักเรียบร้อยดี ก็ถือว่าเป็นนิมิตดี คนไข้จักหายหรือทุเลา?ฉะนั้น ผู้ตรวจจึงคัดเลือกเอาแต่พระที่เสียงดี จำพุทธมนต์แม่น

สวดลากลากเสียงไม่ให้ขาดระยะ จะเปลี่ยนกันสวดคราวละ ๒ องค์ ก็ได้ (สวดท้องภาณ)

?????????

????????? เมื่อพระเถระให้ศีลแล้ว

????????? ๑. นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ๓ จบ ฯ

????????? ๒. พุทธัง ชีวิตัง ยาวะนิพพานัง สะระณัง ฯลฯ

????????? ๓. ขัดสูตรที่จะสวด ถ้าคนไข้อาการหนักไม่ได้สติก็สวดแต่บทต้น คือ มหากัสสปะโพชฌังคสุตตปาฐะ ก็ได้

ถ้าคนไข้มีสติดีก็สวดมหาโมคคัลลานโพชฌังคสุตตปาฐะ และคิริมานันทสุตตปาฐะ ด้วย ให้หัวหน้าดูกาลอันควรและไม่ควรด้วย ฯ

????????? ๔. อิติปิ โส ภะคะวา ฯลฯ ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ ฯ

????????? ๕. นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง ฯลฯ ตัสมา โสตถี ภะวันตุ เต ฯ

????????? ๖. สัพพะพุทธานุภาเวนะ ฯลฯ บีวิสิทธี ภะวันตุ เต ฯ

????????? ๗. ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง ฯลฯ สะทาโสตถี ภะวันตุ เต ฯ

?

๑๐. การบังสุกุลศพหรืออัฐิ

???????? ในการบังสุกุลศพหรืออัฐิ บางทีไม่มีอัฐิใช้รูป แม้ที่สุดเขียนชื่อผู้ตายใส่พานแทนก็ได้ ฯ

ถ้ายังไม่มีวิธีอื่น เช่น เทศน์เป็นต้นมาก่อน ก็มีการขอสินพระเถระพึงให้ศีล จบแล้ว ขึ้น นะโม

ปัญจักขันธา ใหญ่ บางแห่งจะงด กุสะลา ธัมมา สวดวิปัสสนาภูมิปาฐะ ปัญจักขันธา ใหญ่

บางแห่งจะงดเสียก็ได้ตามควรแก่เวลา สวดปัฏฐานมาติกา ?เหตุปัจจะโย จบแล้วบังสุกุล

อะนิจจา วะตะ สังขารา ฯลฯ เตสัง วูปะสะโม สุโข ฯ

?

?๑๑. ถวายพรพระ

?????????? ในการนิมนต์ฉัน ในกิจนิมนต์ทุกอย่างใช้สวดถวายพรพระเมื่อหัวหน้าทายกขอศีลแล้วพระเถระก็ให้ศีลจบแล้วขึ้น

นะโม ฯลฯ อิติปิ โส ฯลฯ พาหุง ฯลฯ มะหาการุณิโก ฯลฯ ไปจนจบ ภะวันตุ เต ฯ