ในการนำแผนยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัตินั้น ต้องอาศัยการประสานงานกันอย่างเป็นระบบ ในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์นี้ คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ภายใต้การกำกับของมหาเถรสมาคม ได้ระดมความคิด แล้วนำมาวิเคราะห์ จัดทำให้เป็นแผนยุทธศาสตร์ ระยะ ๒๐ ปี

จากนั้น แต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานแผนยุทธศาสตร์ในการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา มีหน้าที่ในการถ่ายทอดแผนสู่การปฏิบัติ ทั้งนี้ การถ่ายทอดเป็นไปตามลำดับของการปกครองคณะสงฆ์ คือ ลงสู่ระดับหน ระดับภาค ระดับจังหวัด ระดับอำเภอ ระดับตำบล และระดับวัด โดยมีเจ้าอาวาสเป็นผู้ปฏิบัติงานดังกล่าว

ปัจจัยความสำเร็จ (Enable Success Factor)

ดังที่ได้กล่าวไว้แต่ตอนต้นว่า พระพุทธศาสนาเป็น ๑ ใน ๓ สถาบันหลักของประเทศไทย ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศนับถือพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาหลัก ฉะนั้น การบริหารจัดการพระพุทธศาสนาจึงต้องอาศัยพุทธบริษัทที่พระพุทธองค์ทรงมอบหมายไว้ เพื่อดำรงพุทธศาสนาให้มั่นคงสถาพร

ผู้ที่จะทำงานเพื่อพระพุทธศาสนา ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบรรพชิต หรือคฤหัสถ์ จึงต้อง ?อุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนา สู่การพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน? จึงจะประสบความสำเร็จได้

ปัจจัยที่จะนำพาไปสู่ความสำเร็จ นั้น ประกอบด้วย

๑) มีเป้าหมายร่วม รวมน้ำใจเป็นหนึ่งเดียว อันเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกภาพในการทำงาน แม้จะมีความคิดเห็นแตกต่างกันบ้าง แต่ก็มีความชัดเจนในเป้าหมายหลักเหมือนกัน และแสดงความพร้อมเพรียงที่จะเสียสละความสุขส่วนตัว เพื่อประโยชน์ส่วนรวม ดังพระพุทธพจน์ที่ว่า สุขา สังฆัสสะ สามัคคี ความพร้อมเพรียงของหมู่คณะ นำมาซึ่งความสุข

๒) พัฒนาความเชี่ยวชาญทุกด้าน เพื่อให้ทันก่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมยุคปัจจุบัน ศาสนบุคคลทุกท่านต้องมีความพร้อมอยู่เสมอที่จะพัฒนาตนเองให้รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก อันจะส่งผลกระทบต่อการดำรงอยู่ และการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เพราะเมื่อใดที่เราหยุดการพัฒนา แสดงว่า เรากำลังถอยหลัง หรือช้ากว่าคนอื่นไปหนึ่งก้าวเสมอ

๓) ปรับโครงสร้างการบริหารองค์กรให้ทันสมัย โดยเริ่มต้นจากการบริหารจัดการในระดับท้องถิ่น คือระดับวัด ให้มีการบริหารงานที่คล่องตัว แต่ทรงประสิทธิภาพ ตามหลักธรรมาภิบาล

๔) ทรัพยากรพร้อมใช้งาน หมายรวมทั้งทรัพยากรบุคคล อันเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่าที่สุดในการพัฒนา เพราะหากทรัพยากรบุคคลขาดคุณภาพแล้ว การพัฒนาก็จะประสบกับปัญหาอุปสรรคอีกนานับประการ แต่ถ้าทรัพยากรบุคคลเปี่ยมคุณภาพ การบริหารจัดการต่างๆ ก็จะสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า

๕) ติดตามการดำเนินการอย่างใกล้ชิด เมื่อมีการทำงานไม่ว่าประเภทใดก็ตาม ต้องมีการติดตามประเมินผลทุกขั้นตอน เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง ป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากความพลั้งเผลอ เป็นการแสดงออกถึงความโปร่งใสตรวจสอบได้ ตามหลักธรรมาภิบาล แล้วนำผลที่ได้มาปรับปรุงแก้ไขในการดำเนินงานต่อไปในอนาคต

 

 

บทสรุป : ความท้าทายของพระพุทธศาสนาในศตวรรษที่ ๒๑

นับตั้งแต่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน ปีนี้ เป็นปีที่ ๒,๕๖๐ แล้ว แต่พระพุทธศาสนาโดยเฉพาะหลักธรรมทางพระพุทธศาสนายังดำรงคงอยู่ เพื่อให้ทุกคนได้ศึกษาค้นคว้า พิสูจน์ ทดลอง ว่าเป็นจริงอย่างนั้นหรือไม่? ถ้าปฏิบัติตามแล้วจะได้ผลเช่นไร? และถ้าไม่ปฏิบัติตามที่ตรัสไว้จะได้รับผลเสียหายอย่างไร? ซึ่งความจริงก็ปรากฏตามที่ผู้ได้ศึกษาค้นคว้าและทดลอง รู้ด้วยตนเอง

ถึงอย่างนั้น พระพุทธศาสนาก็มีความท้าทายตั้งแต่สมัยที่พระพุทธองค์ยังทรงพระชนม์อยู่ เพราะหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาเป็นคำสอนที่สวนทางกับคำสอนของศาสนาอื่นในสมัยนั้น แต่ด้วยพระปัญญาคุณของพระพุทธองค์ ก็สามารถฝ่าฟันปัญหาต่างๆเหล่านั้นมาได้ และพระพุทธศาสนาก็เจริญรุ่งเรือง มั่นคงในชมพูทวีป

แต่เมื่อพระพุทธองค์ปรินิพพานได้ ๗ วัน ก็เกิดความท้าทายใหม่ขึ้น อาศัยเหตุที่พระพุทธองค์ปรินิพพานนั้น มีพระสูงอายุรูปหนึ่ง บอกกับภิกษุทั้งหลายว่าไม่ต้องเศร้าโศก นับเป็นเรื่องดีที่พวกเราจะได้ไม่ต้องปฏิบัติตามพระธรรมวินัยที่ทรงบัญญัติไว้ เพราะคิดว่าไม่มีศาสดาแล้ว ไม่มีผู้บังคับ ไม่จำเป็นต้องทำตาม จนนำไปสู่การทำสังคายนาครั้งที่ ๑

ความท้าทายของพระพุทธศาสนา เกิดขึ้นในทุกยุคทุกสมัย นั่นเป็นเพราะว่าพระพุทธศาสนาไม่ใช่ศาสนาที่บังคับให้คนเชื่อและปฏิบัติตาม แต่เป็นศาสนาแห่งเหตุและผล เป็นศาสนาที่ศาสนิกผู้ยอมตนเคารพนับถือบูชาต้องศึกษา ปฏิบัติ จึงจะสัมผัสกับผลของการกระทำนั้นด้วยตัวเอง

 

ความท้าทายของพุทธศาสนาในยุคดิจิตอล

พุทธศตวรรษที่ ๒๑ นับเป็นยุคแห่งสังคมข่าวสาร เป็นโลกไร้พรมแดน ที่เราสามารถย่อโลกไว้ในมือเรา ค้นหาข้อมูลข่าวสารที่ต้องการได้ในชั่วเวลานิดเดียว ข้อมูลทั้งที่จริงและไม่จริงสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว เข้าถึงผู้รับได้ทุกระดับ ทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา พระพุทธศาสนาจึงถือว่าเผชิญกับความท้าทายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

มีคนเคยกล่าวไว้ว่า สาเหตุที่คนไม่เข้าวัด มีอยู่ ๗ อย่าง คือ

๑) เพราะมัวประมาท

๒) เพราะตัดห่วงไม่ขาด

๓) เพราะฉลาดกว่าพระเทศน์

๔) เพราะเศรษฐกิจไม่อำนวย

๕) เพราะสังขารไม่ช่วย

๖) เพราะพระบอกหวยไม่ถูก

๗) เพราะวัดไม่ปลูกศรัทธา

หากพิจารณาตามเหตุผลนี้ก็จะเห็นว่า ข้อ ๑-๕ เป็นปัจจัยภายนอกของแต่ละบุคคล ที่มีความคิดเห็นต่างกัน มีสถานะความเป็นอยู่ต่างกัน มีสุขภาพร่างกายที่ต่างกัน

แต่ข้อ ๖ และข้อ ๗ เป็นปัญหาของคณะสงฆ์ที่ต้องแก้ไข

ข้อ ๖ แสดงให้เห็นถึงการไม่เอาใจใส่ในการศึกษาพัฒนาตนเอง ไม่สั่งสอนญาติโยมให้ดำเนินชีวิตในทางที่ถูกต้อง เหมาะสม ส่วนข้อ ๗ นับเป็นปัญหาใหญ่ที่องค์กรทางพระพุทธศาสนากำลังประสบอยู่และต้องดำเนินการแก้ไขโดยด่วน

พระพุทธองค์ตรัสว่า สัทธา สาธุ ปติฏฐิตา? ความศรัทธาทำให้ทุกอย่างสำเร็จประโยชน์ นั่นหมายความว่าขอแค่มีศรัทธาเป็นตัวนำก็ถือว่าสิ่งดีๆที่หวังไว้จะสำเร็จได้ไม่ยาก แต่ถ้าหากขาดศรัทธา หรือหมดศรัทธาแล้วก็จะทำให้คุณธรรมอื่นๆไม่เกิดขึ้นด้วย ในแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ฉบับนี้ จึงเน้นที่การสร้างความมั่นคงด้านพระพุทธศาสนา ด้วยการปลูกฝังศรัทธาให้มั่นคง ไม่คลอนแคลน แล้วอะไรคือความท้าทายของพระพุทธศาสนาในยุคดิจิตอล

๑) วิกฤติศรัทธา อันเป็นผลมาจากการประพฤติปฏิบัติของพระสงฆ์สามเณรบางรูป ที่ประมาทพลั้งเผลอ ขาดความสำรวมระวัง จนทำให้สังคมสงฆ์ส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบ เป็นเหตุให้ศรัทธาของพุทธศาสนิกชนคลอนแคลน เพราะทุกคนมองพระสงฆ์แบบเหมารวม ไม่ได้แยกแยะเป็นรายบุคคล

๒) ปัญญาปริทัศน์ พระสงฆ์บางรูป ญาติโยมบางท่านที่มีการศึกษาแล้วคิดว่าตัวเองมีความรู้ความเข้าใจในหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าอย่างถ่องแท้แล้ว นำคำสอนนั้นมาดัดแปลง แก้ไข เพื่อให้เป็นของตัวเอง จนกลายเป็นสัทธรรมปฏิรูป

๓) ญาติโยมปฏิบัติ คือ สำนักปฏิบัติธรรมต่างๆ ซึ่งบริหารจัดการโดยคฤหัสถ์ผุดขึ้นมากมาย ด้วยเหตุผลคือความสะดวก สะอาด สบาย ในขณะที่ไปปฏิบัติที่วัดหรือสถานที่ปฏิบัติธรรมนั้นได้รับความลำบาก ไม่สะดวกทั้งเรื่องอาหาร ที่พัก การเดินทาง สภาพแวดล้อม ผู้คนจึงให้มาให้ความสนใจในการปฏิบัติกับอาจารย์ที่เป็นคฤหัสถ์มากขึ้น

๔) ขัดเคืองเรื่องเศรษฐกิจ นับเป็นปัญหาหลักในการดำรงชีวิตของคนในปัจจุบัน ที่ต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ ต้องทำให้ท้องอิ่มก่อนจึงจะหันหาทางสงบจิตใจได้ ประกอบด้วยต้องมีภาระรับผิดชอบครอบครัวอีก จึงทำให้ไม่สะดวกที่จะเดินทางไปวัด หรือไม่สะดวกที่จะสนับสนุนด้านงบประมาณในกิจการพระศาสนา

๕) ชีวิตยุคไอที เป็นสังคมยุคข้อมูลข่าวสารที่ไร้พรมแดน การไหลบ่าของข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็ว หากขาดปัญญาพิจารณาไตร่ตรองก็จะทำให้เสพสิ่งที่ผิดได้

มองในแง่ดี ถือว่ามีความสะดวกในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง เพราะมีช่องทางมากมายในการนำเสนอธรรมะสู่ประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ เข้าถึงได้ทุกระดับ

มองในแง่ที่ต้องระวัง คือ หากการเผยแผ่พระธรรมคำสอนนั้น เป็นการกระทำโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขาดความรู้อย่างถูกต้องตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาก็นับว่าอันตรายอย่างยิ่ง

อีกอย่างหนึ่ง ข่าวพระพุทธศาสนาในทางลบก็สามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน สามารถทำลายศรัทธาของพุทธศาสนิกชนเป็นวงกว้าง และรวดเร็ว ยากแก่การแก้ไข

แผนยุทธศาสตร์ จะรับมือความท้าทายได้อย่างไร

 

แผนเขียนไว้ใช้ไม่ใช่เขียนไว้โชว์

การจัดทำแผนที่ดีนั้น ต้องเป็นแผนที่ได้รับความเห็นชอบร่วมกัน ทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการ เพราะหากไม่มีการวิเคราะห์ถึงสภาพปัญหาต่างๆ แล้วนำมาเขียนเป็นแผน แต่เป็นการคาดการณ์ หรือนั่งเทียนเขียน แผนนั้นก็ไม่สามารถที่จะนำไปสู่การปฏิบัติได้

ระดับนโยบายต้องสามารถชี้แจงได้ว่า แผนแต่ละขั้นตอนมีความเป็นมาอย่างไร มีอะไรเป็นเกณฑ์วัดว่าจะสำเร็จหรือไม่ เมื่อใด? โดยอาศัยฐานข้อมูลที่เป็นจริง

ส่วนในระดับปฏิบัติการ ต้องสามารถเดินตามแผนที่วางไว้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ เปรียบเหมือนการเดินทางที่ต้องอาศัยแผนที่ แม้จะมีเส้นทางมากมายให้เลือก แต่เราก็สามารถเลือกเส้นทางที่สะดวกที่สุดสำหรับเราได้ แต่เป้าหมายยังคงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง

  

เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส

ภัยคุกคามของพระพุทธศาสนา มีสาเหตุมาจากทั้งภายในองค์กร และภายนอกองค์กร ตราบใดที่มนุษย์ยังเป็นผู้มีความเกี่ยวข้องกับสังคมนี้อยู่ ปัญหาต่างๆ ก็ยังจะคงอยู่ เพราะความคิดเห็นของแต่ละคนไม่เหมือนกัน อันนำไปสู่การประพฤติปฏิบัติที่แตกต่างกัน

การดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์นี้ ถือเป็นการกำหนดรูปแบบการปฏิบัติงานขององค์กรพระพุทธศาสนาให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน จากที่เคยทำงานแบบปัจเจกชน คือต่างคนต่างทำ ทำให้ขาดความเป็นเอกภาพ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของพระพุทธศาสนา ก็กลับมาพลิกวิกฤตินั้นให้เป็นโอกาสในการพัฒนาองค์กรพระพุทธศาสนาเพื่อนำพาสังคมสันติสุขอย่างยั่งยืน

 

คิดนอกกรอบแต่ไม่นอกพระธรรมวินัย

พระธรรมวินัย นับเป็นศาสดาของพระพุทธศาสนา ตั้งแต่พระพุทธองค์ปรินิพพานแล้ว เพราะฉะนั้น การทำงานอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนานั้น จำเป็นต้องมีการพัฒนาตนเองอย่างไม่มีที่สิ้นสุด มีความสนใจใฝ่รู้ในการที่จะพัฒนาตนให้มีความรู้ ความชำนาญ เชี่ยวชาญในหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา บูรณาการกับศาสตร์สมัยใหม่ อันจะทำให้การเผยแผ่พระพุทธศาสนามีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

คำว่า คิดนอกกรอบ ก็คือ การสร้างนวัตกรรมใหม่ให้เกิดขึ้นแก่วงการพระพุทธศาสนา ซึ่งปรากฏเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของการดำเนินการตามพันธกิจคณะสงฆ์ทั้ง ๖ ด้าน รวมทั้งการพัฒนาพุทธมณฑลให้เป็นศูนย์กลางการศึกษาพระพุทธศาสนาของโลก ซึ่งแม้ว่าจะเป็นการคิดนอกกรอบ แต่ก็ต้องรักษาพระธรรมวินัย อันเป็นศาสดาของพระพุทธศาสนาเอาไว้อย่างมั่นคง

 

ดังที่กล่าวมานี้ คณะกรรมการประสานงานแผนยุทธศาสตร์ในการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา (คปพ.) มั่นใจว่า เมื่อดำเนินการตามแผนที่วางไว้นี้ ย่อมสามารถบรรลุวิสัยทัศน์ที่ตั้งไว้ ที่ว่า

พุทธศาสน์มั่นคง ดำรงศีลธรรม นำสังคมสู่สันติสุขอย่างยั่งยืน

23 มี.ค. 2561 06:29 - Super User

คำแนะนำเกี่ยวกับอาจาระ

โดย สมเด็จพระธีรญาณมุนี [ ... ]

องค์ความรู้: คำแนะนำเกี่ยวกับอาจาระ...Read more...
23 มี.ค. 2561 04:51 - Super User

 

การจัดอาสน์สงฆ์รับกฐิน

มีธรรมเนียมอยู่อย่างหนึ่งสำหรับพระอารามหลวงทุกอาราม [ ... ]

องค์ความรู้: ศาสนพิธีกฐิน...Read more...
23 มี.ค. 2561 04:50 - Super User

ระเบียบปฏิบัติศาสนพิธีกฐิน

ความหมายของกฐิน [ ... ]

องค์ความรู้: ศาสนพิธีกฐิน...Read more...
22 มี.ค. 2561 11:31 - Super User

คำอธิบายวิธีสวดมนต์

รายการมงคลสามัญใช้สวดเจ็ดตำนาน [ ... ]

องค์ความรู้: วิธีสวดมนต์...Read more...
22 มี.ค. 2561 11:27 - Super User

อนุโมทนาวิธี

 

เทวะตาทิสสะทักขิณานุโมทนาคาถา [ ... ]

องค์ความรู้: วิธีสวดมนต์...Read more...
22 มี.ค. 2561 11:27 - Super User

สวดถวายพรพระ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต [ ... ]

องค์ความรู้: วิธีสวดมนต์...Read more...
22 มี.ค. 2561 11:26 - Super User

พระสูตร ปาฐะ และคาถาต่างๆ

 

๑. บทขัดธัมมะจักกัปปะวัตตะนะสูตร

๒. [ ... ]

องค์ความรู้: วิธีสวดมนต์...Read more...
Other Articles